IN

 

 

ในที่สุดก็ถึงวันชมซากุระสักทีนะค่ะ หลังจากที่รอคอยมาตั้งนาน


 

วันนี้เราจึงตื่นขึ้นมาแต่เช้ามาเตรียมของทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับงานชมซากุระ

แต่นอนว่าไม่ได้มีแต่เพียงเราเท่านั้น ทุกๆคนต่างก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทำหน้าที่ของตนแม้แต่พวกกระต่ายเองก็ตาม

ก็คงจะมีแต่องค์หญิงเท่านั้นแหละที่ไม่ทำอะไรเลย..
หลังจากที่เตรียมข้าวของเรียบร้อยแล้วเราก็ไปหาท่านอาจารย์ทันทีเพื่อที่จะขอร้องให้ท่านทำผมให้

ตอนแรกเราก็คิดอยู่เหมือนกันว่าท่านอาจไม่พอใจก็ได้ที่เราไปขอร้องแบบนี้

แต่ท่านอาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับหยิบโบว์สีแดงอันใหญ่ที่เข้ากับสีตาของเรามาผูกไว้ข้างหลัง

พร้อมกลับพูดสั้นๆว่า "สำหรับเจ้าแค่นี้ก็น่ารักพอแล้วละ"
...เป็นเปลื้อมมากค่ะท่านอาจารย์ ผิดกับใครบางคนลิบลับจริงๆ ; w ;

 

 

หลักจากที่ทุกอย่างพร้อมแล้วพวกเราจึงมุ่งหน้าไปยังเขตแดนเมย์ไคในทันที
พอมาถึงตำหนักหยกขาวคุณคนสวนก็ออกมาต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี

เมื่อมองไปรอบๆก็พบแขกมากมายที่ทยอยกันมาแล้ว คุณเคย์เนะและโมโควก็มาถึงแล้วเช่นกัน แน่นอนว่าองค์หญิงต้องเขม่นกับโมโควอีกเช่นเคย
เราก็เลยได้แต่ทำหน้าเหนื่อยใจพร้อมกับจะเตรียมที่นั่งสำหรับชมซากุระที่มุมๆหนึ่ง

ในขณะที่เทอิเองดูเหมือนจะสนใจกลุ่มเพื่อนเล่นของเธอซะมากกว่าและทำท่าจะชิ้งหนีไปอีกตามเคย

แต่หนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นแฮะ เพราะท่านอาจารย์ทำหน้ายักษ์และจ้องมาทางนี้ราวกับว่า ถ้าไม่เสร็จไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น

พวกเราจึงต้องช่วยกันจนทุกอย่างเรียบร้อยดีถึงจะมีโอกาสได้แยกตัวออกมา
พอได้เดินดูรอบๆก็เห็นผู้คนต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มจอมป่วนที่เทอิกำลังมุ่งหน้าตามไปสมทบ

พวกชาวใต้พิภพเองก็กำลังทำบาบิคิวก็ด้วยไฟแรงสูงชนิดที่ว่าเราอยู่ไกลๆก็ยังรู้สึกได้เลย

กลุ่มของมิโกะแดงขาวที่ตั้งวงอยู่กะพวกยักษ์และพวกเทพเจ้าที่ภูเขาโยวไค

เหมือนคุณคนสวนก็น่าเห็นใจอยู่พอสมควรนะที่ต้องขนอาหารจานแล้วจานเล่าให้กับเจ้านายของเธอ..

 


หลังจากที่เราเดินเล่นอยู่ได้สักพัก สายตาของเราก็ไปอยู่อยู่ ณ ที่ๆหนึ่ง

โยวไคดอกไม้ที่กำลังทำให้ซากุระบานมากกว่าปกติ.. ส่งสายตามาทางเราพร้อมกับแสยะยิ้ม.. ซากุระเหล่านั้นยังคงผลิบานชวนหลงไหลยิ่งนัก..
พอเรารู้สึกตัวอีกที เราก็ถูกซากุระเหล่านั้นชักชวนออกมายังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไกลออกไปจากวงชมซากุระนัก

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเราขณะนี้นั้นคือต้นซากุระยักษ์ต้นหนึ่ง สายลมพัดพากลีบซากุระลอยมาตามลม กลิ่นหอมหวานที่แสนจะโหยหา

ภาพของซากุระยักษ์ที่ตรึงใจของเราเอาไว้จนไม่อาจจะละสายตาไปไหนได้ มันให้ความรู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่เราต้องการมาแสนนาน


อ่า..ใช่แล้วละค่ะ.. ความรู้สึกแบบนี้ ความอ่อนโยนแบบนี้ ความรู้สึกที่กำลังรอเรากลับไปอยู่..  มันเชิญชวนให้เราไปให้ เพียงได้อยู่กับสิ่งนี้ที่นั้นที่เราจะมีความสุขตลอดไป...

 


เพี้ยยยย!!!!!!!

เสียงตบหน้าที่เกิดขึ้นดังสนั่น และความรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าทำให้สติของเรากลับคืนมา

คนที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้คือคุณโยวมุคนสวนประจำตำหนักหยกขาวนั้นเอง
ท่าทางของเธอในตอนนั้นโกรธเราเป็นฝืนเป็นไฟ

ทั้งด่าทั้งว่าเราต่างๆนาๆ ว่าทำไมถึงออกมาอยู่ที่แบบบนี้บ้างละ ถ้าเกิดตายไปขึ้นมาละจะมีใครเสียใจบ้างรู้ไหมบ้างละ หาว่าเราเป็นคนอ่อนแอบ้างละ

แต่ดูเหมือนว่าที่เธอพูดออกมานั้นก็คงแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆกับเราจริงๆ


เราก็เลยได้แต่ขอโทษที่ทำให้ต้องเป็นห่วง เรารู้สึกเสียใจจริงๆ..

เธอได้ขอร้องว่าเรื่องนี้อย่าบอกใครนะเราก็ตอบตกลงแต่โดยดีพร้อมกันนั้นเธอก็ลากมือเรากลับเข้ามาในงานทันที

ดูเหมือนว่างานเลี้ยงจะเริ่มซาแล้ว พอท่านอาจารย์เห็นเรากลับมาก็รีบใช้งานให้เราช่วยขายยาแก้เมาจนวุ่นวายไปหมด

 


งานวันนี้ของเราจึงจบลงด้วยความอ่อนล้าทั้งกายและใจของเรา

เราก็เคยได้ยินเรื่องของซากุระต้นนั้นมาบ้างเหมือนกัน มันหมดพลังไปแล้วมิใช่หรือ..

แต่ในตัวเรานั้นก็ยังคงคิดถึงภาพที่เราได้เห็นในวันนี้มันเป็นสิ่งที่เรากำลังต้องการอยู่จริงๆ..หรือมันเป็นฝีมือของใครบางคนที่ชักจูเราอยู่เป็นแน่..

อาจเป็นเพราะเราไวต่อการรับรู้ความรู้สึกต่างๆ รึเพราะตัวเราเองมันช่างอ่อนแอกันแน่นะค่ะ..

 

------------------------------------------------------------------------------------

talk by Miniato

ช่วงนี้ขอพักยาวๆบ้างละ เขียนถี่มากไปแล้วช่วงนี้~

ฝากจัดการต่อด้วยน่อ~

จริงๆมันกลายเป็นฟิกกลายๆแล้วเนี่ย.. แต่ก็พยายามให้อยู่แต่มุมมองของอุด้งตลอดนะ = =;;

ปล.เหมือนยัดเยียดแต่บทแบบนี้ให้ยูกะนะเนี่ย :(

 

 

วันนี้เราถูกปลุกขึ้นมาแต่เช้าอย่างน่าประหลาดใจ

และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือคนที่มาปลุกเรานั้นคือองค์หญิง

ไม่สิ..จริงๆเราก็ไม่ประหลาดใจเท่าไรหรอกนะ

 

 

เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อวานก่อนเราก็ได้เดินทางไปหาวัตถุดิบทำยาให้ท่านอาจารย์

ขากลับเราก็แวะไปที่ร้านโควรินโด

เจ้าของร้านก็ยังขี้บ่นเหมือนเดิมละหลังจากคุยเล่นกันได้สักพัก

เราก็ขอตัวกลับไปแบบมือเปล่าอีกเช่นเคย

(แน่นอนละ ของให้ร้านนี้มันมีแบบปกติคนกับเขาที่ไหนกัน นับชิ้นได้เลยนะ ขนาดร่มยังเป็นปืนลูกซองเลย...)

เจ้าของร้านก็ยัดหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ เห็นบอกว่าเป็นของที่ได้จากโลกภายนอกแล้วก็มีซ้ำเยอะเลยเอามาให้

หลังจากรับมาเราก็ไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไรและเดินทางกลับทันที

ระหว่างทางเราว่างๆก็เลยลองเปิดดู ข้างในเป็นรูปผู้หญิงมากมายบางคนก็ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น..

เราเริ่มรู้สึกแย่ๆกับนายนี่ขึ้นมาชอบกลซะแล้วสิ

 


หลังจากเรากลับมาเหนื่อยๆเราก็เลยไปอาบน้ำทันทีโดยทิ้งข้าวของไว้

พออาบน้ำออกมาเราก็พบว่าองค์หญิงกำลังนั่งดูหนังสือเล่มนั้นอย่างใจจดใจจ่อทีเดียว

จนถึงขนาดเอาหนังสือนั้นกลับเข้าห้องไปเลย

ปกติองค์หญิงจะทำเฉื่อยแฉะอยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้าเกิดองค์หญิงอยากทำอะไรขึ้นมาละก่อนไม่มีใครขัดใจท่านได้หรอกไม่เว้นแม้แต่ท่านอาจารย์เองก็ตาม..

วันนี้องค์หญิงก็ประกาศเลยว่าอยากจะลองเปลี่ยนลุคตัวเองดู(ว่าแต่เอาลุคนี่มันคืออะไรกันค่ะ..)

เห็นว่าอยากจะทำให้ทุกคนแปลกใจในงานชมซากุระ ปกติเราก็ไม่ค่อยจะคิดคัดค้านอะไรหรอกนะค่ะ

แต่ที่มันเป็นปัญหากับเราก็คือองค์หญิงต้องการคนทดลองแต่งตัว.. และก็คงไม่พ้นว่าต้องเป็นเราอีกเช่นเคย...

เวลาแบบนี้เทอิหายไปไหนอีกแล้วนะ เหมือนรูปเลยนะว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ ไม่ยอมมาโดนด้วยกันซะที..

 


องค์หญิงก็บอกว่าสิ่งแรกที่จะทำให้งดงามได้ก็คือทรงผมนี่ละ พร้อมกับหยิบอุปกรณ์ต่างๆมากมายขึ้นมา..

แต่ก่อนที่องค์หญิงจะลงมือทำอะไรนั้น เราก็ได้ถามสิ่งที่อยากจะถามเป็นอย่างแรกก่อนเลยว่าองค์หญิงเคยทำผมเองหรือไม่ 

และคำตอบที่ได้ก็เป็นอย่างที่คาด คือ องค์หญิงได้แต่ส่งรอยยิ้มกลับมาพร้อมกับพูดสั้นๆว่าถ้าทำไปเรื่อยๆมันก็เป็นเองแหละ...

ม่ายยน้าาา!!! ใครก็ได้ช่วยด้วย!! ท่านอาจารย์ขา!!~ เทอิ!!!~ ช่วยด้วยยย!!!

 


สุดท้ายเสียงของเรานั้นก็ส่งไปไม่ถึงใครสักคน

สภาพหัวของเราตอนนี้นั้นเละเทะไปหมดเนื่องจากองค์หญิงนั้นใจร้อน

อยากที่จะหัดทำทรงผมหลายๆทรงพร้อมกันจนเกิดทรงผมประหลาดๆขึ้นมา...

หลังจากที่องค์หญิงทดลองอะไรหลายๆอย่างกับผมเราอยู่นาน

เราก็ได้แต่เพียงรอเวลาเท่านั้นที่องค์หญิงจะพูดประโยคประจำตัวออกมา


และในที่สุดการรอคอยอันยาวนานของเราก็ถึงจุดสิ้นสุด

ด้วยคำพูดที่ว่า "เค้าเบื่อแล้วอะ.." 

แต่ก็ยังดีนะที่เราไปสระผมก่อนที่เทอิจะกลับมา ไม่อย่างนั้นเราคงโดนสมน้ำหน้าอีกแน่ๆเลย..

 


จะว่าไปแล้วงานชมซากุระที่จะถึงนี้เราลองเปลี่ยนทรงผมดูบ้างดีไหนน้า~

เราเองก็ชักอยากจะน่ารักเหมือนกะเขาบ้าง แต่ก็คงไปขอร้องท่านอาจรย์แหละ เราคงไม่คิดสั้นไปให้องค์หญิงหรือเทอิช่วยเป็นแน่...

 

-------------------------------------------------------------------------------------

Talk by Miniato

ทดลองใส่ภาพประกอบดู ต้องขอโทษด้วยที่ภาพออกจะเละๆไปนิดเพราะตอนนี้มีแต่ดินสอ2Bไว้ฝนข้อสอบภาพยังเอากล้องมือถือถ่ายเลย ครั้งหน้าถ้าเป็นไปได้จะแสกนแทนและลงสีด้วย ถ้าไม่ขี้เกียจเหมือนทุกทีอ่านะ = =;;

รอเขียนงานชมซากุระต่ออยู่นะงับ ~ 

 

สวัสดีค่ะ ดิฉัน เรย์เซ็น อุด้งเกะอิน อินาบะ กระต่ายแห่งจันทรา

บันทึกนี่เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งของตัวเราหลังจากที่ได้จากบ้านเกิดมา..

 

สักพักใหญ่แล้วสินะที่เราได้จากจันทรามา เวลามันช่างผ่านมาเร็วเหลือเกิน นับตั้งแต่เราฝากตัวกับท่านอาจารย์เอย์ริน เราก็ได้ทั้งฝึกฝนสิ่งต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิชาทำยา วิชาต่อสู้ หรือเรื่องราวต่างๆนาๆ จะมีเพียงก็แต่เรื่องราวของพวกท่านเท่านั้นแหละที่เรารู้แต่เพียงคร้าวๆ เมื่อพูดถึงเรื่องอดีตทีไรท่านอาจารย์ก็มักจะทำสีหน้ายิ้มแย้มตอบกลับมา แต่ว่าเรารู้สึกได้ว่าใบหน้านั้นกลับเก็บงำบางอย่างเอาไว้ข้างในมิอาจจะเขาใจได้..

วันๆหนึ่งของเรานั้นจะหมดไปกับการฝึกต่างๆนาๆ มักจะโดนเข้มงวดกวดขันอยู่เสมอ ถ้าหากว่างเว้นจากการฝึกแล้วเราก็มิได้ว่างแต่เพียงอย่างดังเพราะยังมีงานรับใช้ท่านอาจารย์เอย์รินและองค์หญิงคางูยะรออยู่อีก หากมีเวลาจริงๆเราก็ต้องไปเล่นกับเด็กคนนั้นอีก เธอช่างเป็นเด็กที่สนุกกับการโกหกหลอกลวงและการกลั่นแกล้งเสียจริงทำเราต้องเหนื่อยอยู่เสมอๆเลยละค่ะ แต่จริงๆแล้วถึงเห็นรูปลักษณ์ภายนอกของเธอเป็นแบบนั้นก็เถอะ แต่ว่าเธอเองนั้นกลับอยู่มายาวนานยิ่งกว่าเราเสียอีก

เรื่องราวของเราจึงวนเวียนไปมาอย่างนี้อยู่เรื่อยไป ภาพที่เราได้เห็นจนชินตาก็คงจะเป็นองค์หญิงที่มักจะออกมาชมจันทราที่ริมระเบียงอยู่เสมอๆ สิ่งนี้เป็นเหตุที่ทำให้เราเกิดสงสัยในความเป็นอมตะขึ้นมาเพราะการที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆไม่มีทางดับสูญนั้นมันเป็นชีวิตมีคุณค่าอะไรรึอย่างไรนอกเสียจากได้ดูกาลเวลาผ่านไปวันๆและคำตอบที่เราได้กลับมาจากท่านอาจารย์นั้นก็มีแค่เพียงว่า "สักวันหนึ่งเธอจะเข้าใจเองจ๊ะ"

และแล้ววันนั้นก็มาถึง... ในราตรีนั้นนั้นเองเราตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เราจึงลุกขึ้นและมุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นในทันที ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้านั้นคือกองเพลิงที่โหมกระหน่ำและร่างของมนุษย์2คน คนหนึ่งคือองค์หญิงคางูยะ แต่อีกคนเป็นสาวผมยาวสีเงิน เราไม่ได้คิดไปเองแน่ๆที่ว่าคนๆนั้นเป็นมนุษย์แต่ทว่าเพลิงกลับรายล้อมอยู่รอบตัวเธอ ทั้งสองต่างเข้าห่ำหันฆ่ากัน..วินาทีนั้นแหละที่ตัวเราเข้าใจทันที่ว่ามนุษย์ผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ดื่นยาโฮวไรเข้าไปเช่นกัน ศึกของทั้งสองนั้นต่างก็ผลัดกันฆ่าผลัดกันถูกฆ่าอยู่เช่นนั้น ใบหน้าขององค์หญิงนั้นเปี่ยมไปด้วยอารมณ์แล้วความสนุกสนานผิดกับปกติที่เราเคยเห็นโดยสิ้นเชิง ภาพเหล่านี้ยังคงสะกดเราไว้อยู่ ณ ที่แห่งนั้นจะกระทั้งมีเสียงๆหนึ่งมาทำให้เรารู้สึกตัว.. เสียงของท่านอาจารย์ที่กล่าวกับเราว่า "คุณค่าของชีวิตน่ะ มันสำคัญจริงหรือ"

 

ตัวเราที่ดำเนินอยู่นั้นมีค่าอันใดเล่า เรื่องนี้แม้แต่จันทราเองคงมิอาจให้คำตอบเราได้..

 

-----------------------------------------------------------------------

Talk by Miniato

ช่วงนี้ก็ปิดเทอมแล้วน่ะครับพอมีเวลาเขียนอยู่บ้าง

ถ้าขึ้นเชียงใหม่อีกรอบคงหาเวลามาเขียนได้น้อยลง

เพราะตอนนี้ก็พอจะนึกเรื่องที่จะเขียนเกี่ยวกับเทศกาลชมซากุระได้แล้ว

แต่ก็ว่าจะรอให้คนอื่นที่เกี่ยวข้องเขียนกันไปก่อนละกัน 

ก็เลยต้องขุดเรื่องเก่าๆมาเขียนต่อไปก่อนน่ะ ^^''